เตือนสติ! บาปกรรมหนัก 3 ข้อ ของการคบชู้ เป็นชู้ นอกใจ

การผิดประเวณีถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อสังคมอย่างหนึ่ง ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง  และขัดต่อระบบที่พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ให้มาใช้ชีวิตในโลกนี้  ตามวิถีทางที่พระองค์ต้องการ  ดังนั้นการห้ามมิให้ผิดประเวณี นั้นมีเหตุผลมากมาย  ดังเช่น  เพื่อเป็นการรักษาสายเลือดสกุลของมนุษย์  ถ้ามนุษย์มั่วสุมกันในในเรื่องเพศ  ใครจะไปร่วมหลับนอนกับใครก็ได้ จะทำให้สังคมเสื่อมโทรม  ทำลายระบบของครอบครัว ทำลายคู่สามีภรรยา และ บรรดาลูก ๆ  จึงนำไปสู่การทำให้สังคมทั่วไปในโลกต้องพบความหายนะเหมือนดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

หนทางที่จะนำไปสู่ความชั่วมีอยู่  4  อย่างด้วยกัน

1.  ด้วยสายตา   2.  ด้วยกับความคิดจินตนาการ   3.  คำพูด      4.  การปฏิบัติ

4 ประการนี้คือ  ขั้นตอนที่มนุษย์จะไปสู่การกระทำความชั่ว  ขั้นแรกเริ่มต้นด้วยกับสายตา คือการมอง  หลังจากนั้นคือ การคิดจินตนาการ  ต่อมาคือ คำพูด  และตามด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่ได้ก่อตัวจากสายตา ความคิดและคำพูด

โทษของการเป็นชู้

1) ทุกข์ทางใจ

จิตที่เป็นปกติสุขไม่อาจคิดลงมือคบชู้ การจะคบชู้ได้ต้องใช้จิตที่เป็นทุกข์เท่านั้น เพราะรู้ ๆ กันทั้งโลก ทุกชาติทุกภาษา ว่าเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องบาดใจ แม้แต่การแตะเนื้อต้องตัวคนมีเจ้าของด้วยความกำหนัด ก็นับว่าสมควรอดสูใจได้แล้ว เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าจะมากหรือน้อยก็เป็นการล่วงละเมิดสมบัติต้องห้ามของผู้อื่นอยู่ดี

ฝ่ายหญิงมีรูปเป็น ทรัพย์ เมื่อยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้ก็ต้องถือว่า ทรัพย์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ปกครองเลี้ยงดู แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้นในสังคมประชาธิปไตยที่ชายหญิงต่างเลี้ยงดูตนเองได้ อันนำไปสู่การมีสิทธิเท่าเทียมกัน ชายหญิงต้องถือกรรมสิทธิ์ร่วม กล่าวคือ นับแต่การหมั้นหมายประกาศจองตัวกันและกันอย่างเป็นทางการ ให้นับว่า ทั้งสองมีกรรมสิทธิ์ในร่างกายของอีกฝ่ายเสมอกัน ห้ามฝ่ายใดละเมิดสัญญาด้วยการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ขณะเดียวกันถ้าคนอื่นมามีเพศสัมพันธ์ทั้งรู้ว่าหมั้นหมายแล้ว ก็นับว่าผิดศีลเช่นกัน

เนื้อหนังคนเราเปรียบเสมือนอาหารอันโอชะที่น่าแหนหวงสำหรับเจ้าของ ถ้าต้องลักกินขโมยกินเพียงเพื่อให้หายอยาก ใจเราจะเป็นสุขไปได้อย่างไร แม้เหมือนอิ่มหมีพีมัน ใจก็อดคิดไม่ได้ว่า เรากำลังใช้มือที่สกปรกหยิบอาหารใส่ปาก ทุกคำย่อมเจืออยู่ด้วยพิษหรือเชื้อโรคอันเป็นโทษ ให้ผลเป็นทุกข์ การสังเกตเข้ามาในตนเองจะทำให้เห็นทุกข์เป็นขณะ ๆ อย่างชัดเจน

ทุกข์เริ่มต้นตั้งแต่เมื่ออยากมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นขัดแย้งกับส่วนลึกที่ยังมีมโนธรรม และมโนธรรมจะส่งแรงต้านความอยากได้ในสิ่งที่ไม่ควรได้เสมอ

ทุกข์จะทวีตัวขึ้นเมื่อตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นเหมือนใจเริ่มก้าวพ้นเขตสว่างเข้าสู่แนวสนธยา ถึงแม้รู้สึกว่ามืดลงทุกที แต่ความตื่นเพริดไปกับจินตนาการที่เร้าใจ ก็รุนหลังเราให้มุ่งหน้าไปเรื่อย เยี่ยงคนไม่กลัวความมืดในป่ารกชัฏ เพียงเพราะได้กลิ่นยวนใจของเหยื่อล่อจากที่นั่น

ทุกข์จะทวีตัวขึ้นอีก เมื่อพยายามมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นเป็นการฝืนใจ เค้นราคะขึ้นมาเอาชนะความกลัวถูกปฏิเสธ หรือกลัวถูกด่าทอ หรือกลัวถูกจับได้

ทุกข์จะทวีตัวขึ้นถึงขีดสุด เมื่อลงมือมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของสังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นความหน้ามืด ดับสำนึกผิดชอบชั่วดีลง ราวกับทั้งชีวิตเหลือแต่การเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณไม่ต่างจากสัตว์โลกทั่วไป

ทุกข์จะไม่จบโดยง่ายแม้เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคนมีเจ้าของสำเร็จ สังเกตเข้ามาในตนเอง จะเห็นเป็นความรู้สึก ไม่ดี น่าดูถูก ผิดที่ผิดทาง หรือกระทั่งชวนให้ขยะแขยง และที่ สำคัญคือรู้สึกว่าต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ จะให้ใครรู้ไม่ได้ โดยเฉพาะผู้เป็นเจ้าของ

ถ้าคนมีเจ้าของไม่ค่อยมีเสน่ห์ทางเพศนัก สำนึกผิดชอบชั่วดีของเรามักจะกลับมาเร็ว และ รู้สึกแย่กับพฤติกรรมของตนเต็มที่ แต่ถ้าคนมีเจ้าของเป็นพวกมีเสน่ห์ทางเพศสูง สำนึกผิดชอบชั่วดีของเรา มักจะถูกกดไว้ ใจจะทะยานต่อตามแรงฉุดจากเสน่ห์ทางเพศของฝ่ายนั้น กระทั่งพุ่งลิ่วไปบนเส้นทางเห็นผิดเป็นชอบ สำคัญว่ากงจักรเป็นดอกบัว กว่าจะรู้สึกตัวว่าหลงเดินบนเส้นทางอันเน่าเหม็นและระทมทุกข์ ก็ตกอยู่ในเงามืดจนยากจะคลำหาเส้นทางใหม่เสียแล้ว

2) การสั่งสมบาป

เมื่อทราบแล้วว่าความมืดเป็นเครื่องหมายของบาป เราก็สามารถสำรวจใจตนเองแล้วทราบได้ว่า การผิดประเวณีเป็นบาป เพราะไม่มีการผิดประเวณีครั้งใดที่ทำให้จิตของเราสว่างขึ้น มีแต่จะหม่นหมองลง กับทั้งไม่มีแก่ใจคิดอะไรในทางดี ในทางที่เจริญเอาเลย แรงผลักดันให้ผิดประเวณีได้คือราคะ ราคะต้องชนะความยับยั้งชั่งใจทางเพศ จึงขับให้เราก่อบาปด้วยการผิดประเวณี ความยับยั้งชั่งใจ ทางเพศเป็นสิ่งที่มนุษย์มีกันโดยธรรมชาติ แม้แต่เด็กเพิ่งรู้ความก็ทราบว่าไม่ควรให้คนแปลกหน้ามาจับต้องอวัยวะเพศของตน และตนก็ไม่ควรถือวิสาสะไปลูบคลำอวัยวะ เพศของใคร การกล้าทำถือเป็นความทะลึ่งผิดธรรมดา

ที่น่ากลัวก็คือบาปสามารถ สั่งสมตัวได้ นั่นหมายความว่า ยิ่งผิดประเวณีมากขึ้นเท่าไร ใจก็ยิ่งยับยั้งชั่งใจน้อยลงเท่านั้น มองไปทางไหนใครต่อใครกลายเป็นวัตถุทางเพศ ที่น่าลิ้มลองไปหมด ต่อให้รู้ทั้งรู้ว่ามีเจ้าของแล้วก็ไม่สน ไม่รู้สึกว่าเป็นกำแพงกีดขวางที่มีสาระสำคัญอันใดเลย

แม้แกล้งเอาไหล่ไปเฉียดแขนคนที่เรา เห็น ๆ อยู่ว่าเดินมากับคู่ครอง ไหล่ของเราก็ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องรับเชื้อโรค ทางวิญญาณแล้ว
เมื่อเพาะเชื้อโรคแล้วลุกลามใหญ่โตจนครอบใจได้ทั้งดวง เราจะรู้สึกว่าตัวเราสกปรก แม้อาบน้ำชำระสะสางกายได้สะอาดสะอ้าน ก็เหมือนทั้งตัวเต็มไปด้วยยางเหนียวเหนอะหนะที่แกะไม่ออก บางคนถึงขั้นที่กลิ่นตัวเหม็นแปลก ๆ ฟอกถูด้วยสบู่หอม กลิ่นเหม็นก็ไม่หายเลยทีเดียว

ความคิดในทางผิดประเวณีจะลดความฉลาดในการหาคู่แท้ให้ตัวเอง หรือแม้เจอคู่แท้แล้วก็จะไม่ฉลาดในการรักษาไว้ บาปที่พอกพูนขึ้นจะทำให้เราสำคัญไปว่า ชีวิตจะมีสีสันต่อเมื่อได้ลิ้มรสเพศสัมพันธ์แปลกใหม่ไม่รู้จบ ฉะนั้น เพียงไม่ตั้งใจไว้ก่อนว่าจะเว้นขาด จากการผิดประเวณี ก็นับว่ามีโทษแล้ว เพราะเมื่อถูกเร้าใจให้เกิดราคะอย่างแรงกล้า ความยับยั้งชั่งใจทางเพศย่อมลดระดับแทบไม่เหลือ ยังผลให้สติพร่าเลือนลง เปิดช่องให้ราคะ เข้าครอบงำจนโง่เขลา หลงนึกว่าบาปแห่งการผิดประเวณี เป็นสิ่งสมควรทำยิ่งกว่าบุญแห่งการระงับราคะผิด ๆ ขอเพียงสบโอกาสเหมาะ แม้แต่ก่อคดีข่มขืนชำเราก็ยังเป็นไปได้

3) ความเป็นอยู่ที่เลวร้าย

ไม่มีความรู้สึกอ่อนแออันใด ย่ำแย่ไปกว่าความรู้สึกอ่อนแออันเกิดจากการเป็นชู้ เพราะบาปข้ออื่นยังทำลงไปด้วยจิตใจแกร่งกล้ากันได้ เช่น เราอาจฆ่าสัตว์ตัดชีวิตด้วยพละกำลังเหนือกว่าคู่ต่อสู้ เราอาจขโมยของด้วยความมุ่งมั่นที่แรงกล้า เราอาจโกหกแบบคนดื้อด้านไม่ยอมแพ้ เราอาจกินเหล้าเพื่อกระตุ้นความฮึกเหิม แต่ถ้ายอมถอดเสื้อผ้าทิ้งความละอายบาปทางกามลงพื้น เราจะพบว่าความเปลี้ยเพลียหลังผิดประเวณี จะเกิดขึ้นพร้อมกับความหย่อนสำนึกยับยั้งใจ ไม่ให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ มีอาการมึนงง ปวกเปียก และเฉื่อยแฉะไร้แรง คล้ายกำลังใจจะทำอะไรดี ๆ หรือกำลังใจจะต่อต้านความคิดที่ชั่วร้าย เหือดหายไปจากเราเสียเกือบหมด

เมื่อบาปจากการผิดประเวณีถูกสั่งสมมากแล้ว ผู้ผิดประเวณีย่อมเลื่อนฐานะเป็นหญิงร้ายหรือชายโฉด ดูเผิน ๆ เหมือน กร้านโลก ไม่หยี่หระกับความประพฤติผิดใด ๆ แต่ที่แท้บาปหนาจนความรู้สึกด้านชากว่าใคร ๆ ต่างหาก ความด้านชาของหญิงร้ายและชายโฉดเกิดจากการหมักหมมคราบสกปรก ทั้งทางกายและ วิญญาณ จึงย่อมก่อให้ เกิดกระแสในตัวที่น่ารังเกียจ ชวนให้รู้สึกคลื่นเหียน กับความสกปรกเน่าเหม็น เฉกเช่นหมูในเล้าที่จำ ต้องกินอยู่อย่างสกปรกเกือบตลอดเวลา

การผิดประเวณีแต่ละครั้งคือการไม่ให้เกียรติผู้อื่น ซึ่งก็มีผลสะท้อนให้นับถือตนเองน้อยลง พูดง่าย ๆ ว่าได้สมบัติทางเพศของ คนอื่นมา เพื่อเสียความนับถือตัวเองไป

จิตของหญิงร้ายและชายโฉดเปรียบเหมือนคนที่จุ่มศีรษะลงไปในเมือกลื่นจนชุ่มโชก ย่อมไม่ได้รู้สึกถึงความแห้งสบาย แม้จมูกได้กลิ่นหอมของสวนดอกไม้ แต่ใจลึก ๆ ก็เหมือนได้กลิ่นเหม็นของกามผิด ๆ อยู่เกือบตลอดเวลา

จิตที่ชุ่มด้วยเมือกสกปรกย่อมเหมาะกับภพใหม่ที่สกปรก ต่ำชั้น เต็มไปด้วยความน่ารังเกียจ น่าอึดอัดระอา และอาจถึงขั้นเน่าเฟะ ถ้ายังมีวาสนาพอจะเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ ก็ย่อมเป็นที่ชิงชังของผู้พบเห็น เหมือนใครเห็นก็พากันอยากเขี่ยทิ้งด้วยเท้า สภาพเช่นนั้นย่อม ยากที่จะผูกมิตร แต่ง่ายที่จะผูกเวร ดึงดูดคนและสัตว์ให้อยากเข้ามาด่า เข้ามาว่า เข้ามาทำร้ายเป็นขบวน

ความผิดทางเพศย่อมนำไปสู่ความผิดปกติทางเพศ ถ้ามีวาสนาได้เป็นมนุษย์ก็อาจรังเกียจเพศของตน และอยากเป็นอีกเพศหนึ่งแทน หรือโตขึ้นอาจถูกดึงดูดเข้าสู่วิถีทางของการเบี่ยงเบนทางเพศได้ เป็นที่ทรมานใจของตนเองเนิ่นนาน

หากตายเยี่ยงชู้ผู้ยังไม่อิ่มไม่พอ กับการผิดประเวณี แต่ยังพอมีบุญพยุงไม่ให้ร่วงหล่นถึงนรก ก็อาจไปเสวยภพของพวกรักความสกปรกระดับเดรัจฉานภูมิ เช่น หนอนในส้วม เป็นต้น

แต่หากตายเยี่ยงหญิงร้ายและชายโฉดผู้ล่อลวงใครต่อใครเข้ามาร่วมบาปแห่งการผิดประเวณี ไม่เห็นแก่หัวอกหัวใจเจ้าของบ้างเลย ก็จัดว่ามีความเหมาะกับสภาพความเป็นอยู่ อันเสียดแทงเจ็บแสบ ดังเช่นนรกภูมิสถานเดียว!

กราบขอบพระคุณที่มา :: วัดป่าโนวิเวก และ http://esan.life/?p=2585

loading...