แอบเอาไว้นานขนาดนี้เลยหรอ “ภรรยาเซ็กซ์จัด” แอบซ่อนชู้ไว้เป็นทาสเซ็กซ์ ในห้องใต้หลังคาบ้านนานถึง 10 ปีไม่มีใครรู้!!

เรื่อง “ภรรยาเซ็กซ์จัด” แอบซ่อนชู้ไว้เป็นทาสเซ็กซ์ ในห้องใต้หลังคาบ้านนานถึง 10 ปีไม่มีใครรู้!! เกิดขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 เธอมีชื่อว่า  “Dolly”  ซึ่งเธอมีสามีอยู่แล้ว เธอลักลอบมีความสัมพันธ์กับชู้ และเธอยังแอบพาเขามาซ่อนในบ้านที่ห้องใต้หลังคา เพื่อให้เธอได้แอบมีเซ็กซ์กับชู้ได้ง่ายขึ้น เป็นคดีที่ใครฟังแล้วก็คงงงว่าอยู่กินกันมาได้นานขนาดนี้ได้ยังไงใช่ไหมคะ ลูกหมีว่าเราแปลงร่างเป็นนักสืบไปสืบเรื่องของพวกเขาทั้งสองสามคนกันเลย

เมื่อปี 1880 “Dolly”ผู้อพยพจากประเทศเยอร์มันเข้ามาอยู่และเติบโตขึ้นในฟาร์มมิดเวสต์ของสหรัฐ ฐานะยากจนมาก หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้แต่งงานกับเศรษฐีเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้าสตรีคนหนึ่งชื่อ  Fred Oesterreich ชีวิตแต่งงานของพวกเขาดูมีความสุขมาก แต่หลายคนไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วชีวิตคู่ของพวกเขาย่ำแย่มาก Dollyไม่พอใจกับชีวิตคู่ของเขาเลย เพราะFredสามีของเขาเป็นนักดื่มเหล้า มีชีวิตอยู่กับการดื่มเหล้ามาก ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันเป็นประจำ แต่สาเหตุที่สำคัญคือDolly เป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบการมีเซ็กซ์มาก เขาพยายามที่จะมีเซ็กซ์กับสามีบ่อยๆ ทุกช่วงเวลาวันละหลายๆครั้ง ทำให้Fred สามีของเธอรับไม่ไหว สุดท้ายเธอจึงแอบหาความสุขจากนอกบ้านเพื่อเติบเต็มความใคร่ของเธอ

Dolly ใช้เวลาเพียงไม่นานก็หาคู่หูที่เหมาะสมในโรงงานของสามีจนเจอ หนุ่มรายนี้อายุ 17 ปี ช่างซ่อมเครื่องจักรตัดเย็บเสื้อ Otto Sanhuber ตอนนั้นDolly  อายุ 30 ต้น ๆ วันหนึ่งเมื่อเธอโทรไปที่โรงงานบอกว่าเครื่องจักรเย็บผ้าที่บ้านเสียให้ช่วยมาซ่อม เขาเจาะจงชื่อเลยว่าให้ช่าง Otto มาช่วยซ่อมให้ เมื่อตอนOtto เข้าบ้าน เธอก็ใส่เสื้อผ้าบาง ๆ ทำเอาพ่อหนุ่มน้อย Otto ถึงกับสะดุ้ง สุดท้ายซ่อมไปซ่อมมาก็กลิ้งนอนบนเตียงแทน

เรื่องราวความรักของทั้งสองก็เริ่มต้นแบบนี้ ในช่วงแรกทั้งสองนัดกันนอกบ้านที่โรงแรม บางทีก็นัดกันที่หอพักของ Otto บางครั้งก็แอบมีอะไรกันในช่วงที่ให้เขามาทำงานที่บ้าน เพื่อนบ้านเห็น Otto เข้าบ้านเป็นว่าเล่นจึงเริ่มสงสัยและเอาไปพูดนินทาต่างๆนาๆ เมื่อDolly  รู้เข้าจึงบอกเพื่อนบ้านว่า “พ่อหนุ่มคนนี้เป็นญาติห่าง ๆ ของฉันเอง” แน่นอนว่าเพื่อนบ้านไม่เชื่อเรื่องนี้ไปฟ้องสามีของเขา เมื่อสามีถามเธอ เธอก็บอกว่า “Otto ชอบมาหาฉันเพื่อคุกคามตลอด ฉันให้สัญญาว่าจะไม่ให้เขามาอีก” สามีก็เชื่อใจเธอ

Dolly จึงพาOttoมาอยู่ห้องใต้หลังคาบ้านซะเลย เพื่อไม่ให้เพื่อนบ้านจับได้และเป็นที่ครหาได้ สภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาค่อนข้างดั้งเดิมมีเพียงเตียง, โคมไฟและกาน้ำ 1 ใบ เขาเอาหนังสือมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา เขาเปรียบเสมือน “ทาสของเซ็กซ์” เมื่อสองสามีไม่อยู่บ้านเขาก็จะทำงานบ้านให้ ทั้งหมดบอกเลยว่าสะอาดเนี้ยบมาก

ถึงแม้ว่าเขาจะต้องลาออกจากงานที่โรงงาน แต่เขาก็ชอบการใช้ชีวิตแบบนี้มาก เขาอยากเป็นนักเขียน และตอนนี้เขาก็มีเวลามากพอที่จะเขียนบทประพันธ์ของตนเองได้แล้ว Dolly ก็จะยืมหนังสือจากหอสมุดมาให้ Otto เป็นประจำ เพราะการสนับสนุนของ Dolly ทำให้ พ่อหนุ่มรายนี้ได้ประสบความสำเร็จ บทประพันธ์ถูกตีพิมพ์หลายเล่มและยังมีเรื่องสั้นในนิตยสาร วรรณกรรมอีกด้วย

ดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาก็กินเวลามาเป็น 10 ปีสามีของเธอก็จับไม่ได้  เมื่อทั้งคู่ตัดสินใจที่จะย้ายไปยัง Los Angeles  Dollyยังต้องตรวจเช็คก่อนว่าบ้านใหม่ที่เขาจะย้ายไปนั้นมีห้องใต้หลังคาหรือไม่? เพื่อที่จะเลี้ยงชู้ คนนี้ไว้ด้วย เมื่อแน่ใจว่ามีก็ให้Otto ย้ายเข้าไปอยู่ก่อน 1 วันที่พวกเขาจะย้ายเข้าไป และเธอยังล็อคประตูทางขึ้นห้องใต้หลังคาด้วย และเธอก็พกกุญแจไว้ในตัวตลอดเวลา ทำให้สามีของเธอเริ่มสงสัย เธอบอกว่า “ที่ทำเช่นนี้เพื่อปกป้องขนสัตว์ของเธอ” ถึงแม้ว่าOtto จะพยายามไม่ทำให้เกิดเสียง แต่สามีของเธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากข้างบน นอกจากนี้เขายังพบซิการ์หายไป แต่เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าที่บ้านหลังนี้ยังมีบุคคลอื่นอาศัยร่วมอยู่ด้วย

ก่อนหน้านี้ทั้งคู่มักจะทะเลาะกันอยู่แล้ว เมื่อทั้งสองย้ายไป Los Angeles นิสัยการดื่มของสามีเธอก็รุนแรงมากขึ้น ทำให้ทั้งสองทะเลาะกันบ่อยขึ้น นั้นทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Dolly กับ Otto ยิ่งดีขึ้น ทั้งสองมีเซ็กซ์กันบ่อยมากขึ้นด้วย

มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ Dolly ทะเลาะกับสามีที่เมาจากการดื่มเหล้า จู่ ๆ Doll ก็ร้องดังลั่น ทำให้ Otto ตกใจรีบคว้าปืนสั้น 25 ซม.ลงไปข้างล่างเพราะนึกว่า Dolly ถูกทำร้าย แต่จริงๆแล้ว เธอลื่นล้มเอง สามีของเธอตกใจมากที่อยู่ๆก็มีคนโผล่มาจากข้างบนบ้าน ทั้งสองต่อยตีกัน จนสุดท้าย Otto พลั้งมือฆ่าสามีของเธอ

ทั้งสองจัดฉากในบ้านเหมือนมีการโจรกรรมเกิดขึ้น Otto ขโมนาฬิกาเพชรของสามีเธอ และแกล้งยิ่งขึ้นห้องด้านบน เพื่อนบ้านจึงแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุก็รู้สึกสงสัยหลายอย่าง แต่เพราะไม่มีหลักฐานหรือเบาะแสอย่างอื่นที่จะสื่อว่า ทำให้ Dolly ต้องฆ่าสามีตนเองและขังตนเองไว้ในห้องครัว ทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามทั้งสองจัดฉากไว้ ตำรวจสงสัยมากกว่านั้นคือ เขาขังตนเอง ๆ ไว้ในห้องครัวได้อย่างไร?

เมื่อสามีของเธอตาย  Dolly ก็เป็นคนรับดูแลมรดกกิจการต่อจากสามีทั้งหมด Dolly ขายบ้านนี้ทิ้ง ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มีห้องใต้หลังคาที่ใหญ่กว่าเดิม ต่อมาทนายความผู้ดูแลมรดกของสามี Herman S. Shapiro ทั้งสองเกิดมีความสัมพันธ์กัน จากนั้นเธอก็สร้างความสัมพันธ์กับ นักธุรกิจหนุ่ม Roy H. Klumb อีก เธอขอร้องให้นักธุรกิจหนุ่ม Roy ช่วยจัดการปืนกระบอกหนึ่ง โดยเธอบอกว่าไม่อยากให้คนอื่นระแวงว่าตนเป็นคนฆ่าสามีเพราะปืนกระบอกนี้เป็นรุ่นเดียวกันกับที่คนร้ายใช้ยิงสามีตาย

Dolly มอบนาฬิกาเพชรให้กับทนายความ Herman ตอนนั้นเองทนายความHerman มองแวบแรกก็รู้เลยว่านั้นเป็นนาฬิกาของสามีเธอ โดย Dolly กล่าวว่า “เธอค้นเจอที่ใต้โซฟาของบ้าน ตอนนั้นคิดว่าไม่ต้องบอกตำรวจก็ได้จึงได้เก็บมันไว้” ตำรวจสังเกตเห็นนาฬิกาเรือนนั้นที่ทนายความHermanใส่ด้วย เมื่อนักธุรกิจหนุ่ม Roy เลิกกับเธอ เขาก็ไปเอาเรื่องปืนไปบอกกับตำรวจ ทำให้Dolly โดนจับกุมในที่สุด

ศาลและตำรวจพยายามสักถาม Dolly ว่า ในวันเกิดเหตุ Dolly ขังตนเองไว้ในห้องครัวได้อย่างไร?  ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาสงสัยมานานมาก  สุดท้าย Dolly ป่วยด้วยโรคร้ายแรงไม่มีทางรักษา ทำให้ตำรวจตัดสินปิดคดีนี้ไป และสรุปว่า Dolly ไม่มีความผิดปล่อยให้เป็นอิสระ

ในระหว่างที่ Dolly ถูกคุมขังนั้น เธอเล่าเรื่อง Otto ให้ ทนายความ Herman ฟังและขอให้นำอาหารไปให้เขากิน โดยบอกว่ามีน้องชายถูกขังไว้บนห้องใต้หลังคา สุดท้ายความจริงถูกเปิดเผยเมื่อ Otto หลุดปากพูดเรื่องราวของรักของทั้งสองให้ ทนายความ Herman ฟัง ทำให้เขาโกรธมากและไล่ Otto ออกจากบ้านหลังนั้นไป และกลัวว่าเรื่องแดงขึ้นมา จึงได้หลบหนีไปยังประเทศแคนาดา และเปลี่ยนขื่อเป็น Walter Klein แต่งงานตั้งรกรากอยู่ที่นั้นถาวร

หลังจากที่ Dolly ถูกปล่อยตัวออกมา เธอกับทนายความ Herman ก็ย้ายบ้านใหม่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแต่แล้ว เรื่องเดิม ๆ ก็เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองแยกทางกันหลังจากที่แต่งงานอยู่กินด้วยกันนาน 7 ปี

ทนายความ Herman จึงได้นำเรื่องของ Otto ไปแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งพอดีกับว่าOttoกลับประเทศสหรัฐพอดี สุดท้ายทั้งสองโดนจับ เมื่อความแตกแต่เนื่องจากว่าคดีหมดอายุความไปแล้ว ทำให้ Otto พ้นผิด

ส่วน Dolly ก็พบกับรักแท้อีกครั้ง ทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันจนถึงปี 1961 แล้ว Dolly ก็จากไป

แบ่งปัน